Get Adobe Flash player

VIDEO UFFICIALE EMMOCT2019

ยุวธรรมทูตแคนาดาช่วยไทย

 

การช่วยเหลือของpmsให้ประเทศไทย

 

สถิติการเยี่ยมชม

05002819
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
1864
7035
8899
3572902
135767
170587
5002819
Your IP: 54.226.58.177
2019-01-21 08:21

Merry Christmas & Happy New Year

Merry Christmas & Happy New Year

แบ่งปันประสบการณ์ความเชื่อ...คุณตะเกียง
พลังชีวิตจาก...พระเจ้า
แบ่งปันประสบการณ์ความเชื่อ...คุณตะเกียง

สาเหตุที่มาเป็นคาทอลิก ทำไม อย่างไร
     ก่อนที่จะเป็นคาทอลิกเกียงเป็นคนคิดมาก ขี้น้อยใจ ประกอบกับโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงที่เป็นแต่กำเนิดและหมอก็บอกว่าอายุจะสั้นอยู่ไม่เกิน 20 ปี ทำให้ไม่ได้เรียนหนังสือจนอายุ 17 ปี จึงได้เรียน กศน. จนจบปริญญาตรี ม.สุโขทัยฯ คณะบริหารธุรกิจ เอกการจัดการทั่วไป เป็นการเรียนรวดเดียวตั้งแต่ป.6 ถึง ป.ตรี โดยไปสอบอย่างเดียวไม่เคยได้เข้าเรียนในชั้นเรียนเหมือนคนอื่น

    จำได้ว่าก่อนที่จะรับศีลล้างบาปในปี 2000 (ตอนนั้นอายุ 22 ปีค่ะ) เริ่มรู้สึกว่าชีวิตไปต่อไม่ไหว น้ำมัน พลังชีวิตเหลือน้อยเต็มที ไม่รู้ว่าจะพยายามต่อสู้ไปเพื่ออะไร เกียงเป็นพุทธสวดพระไตรปีฎกทุกวันแต่ก็รู้สึกว่าไม่ได้ช่วยอะไร เริ่มสนใจ สงสัยว่าพระเจ้ามีจริงไหม แต่ก็รู้สึกสับสนวุ่นวายจากคำบอกเล่าของคนคริสต์นิกายต่าง ๆ ที่ขอมาสอนถึงที่บ้าน ประกอบกับช่วงนั้นมีเหตุการณ์ที่พี่สาวกำลังจะแต่งงานก็พาเกียงไปตรวจหาสาเหตุของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงที่เกียงเป็น เพื่อเขาจะวางแผนครอบครัวก่อนแต่งงาน ปรากฎว่าคุณหมอที่ตรวจได้เรียกเกียงและพี่สาวเข้าไปฟังผลพร้อมกันและบอกว่า เกียงเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเนื่องจากไขสันหลังซึ่งเป็นโรคกรรมพันธุ์ เนื่องจากพ่อและแม่ของเราเป็นพาหะทั้งคู่มาเจอกันทำให้ลูกออกมาจะเป็นโรคนี้ หมอบอกว่าพี่สาวเกียงโชคดีมากที่ไม่เป็นไรเพราะเกียงได้มารับโรคนี้ไปแทน ถ้าเกียงไม่เป็นพี่สาวก็ต้องเป็นค่ะ ตอนนั้นจำได้ว่าความรู้สึกของเกียงที่ได้ฟังก็ยิ่งแย่จากที่เรารู้สึกหมดหวังกับชีวิตอยู่แล้ว

 
   คืนนั้นเกียงรู้สึกท้อแท้น้อยใจกับชีวิตจนกลายเป็นความโกรธ นอนร้องไห้ต่อว่ากับชะตาชีวิตของตัวเองแล้วก็เริ่มต่อว่าพระเจ้าที่ก็ยังไม่รู้ว่ามีจริงไหม บ่นว่าพระองค์ว่า “ไหนล่ะพระเจ้า ทำไมทำให้เราต้องเป็นอย่างนี้ ถ้าพระเจ้ามีจริงทำไมโลกนี้มันถึงไม่น่าอยู่เอาเสียเลย ฯลฯ” คืนนั้นเกียงต่อว่าพระและหลับไปทั้งน้ำตา

    วันต่อมาเกียงตื่นมาด้วยความรู้สึกที่ยังคงอ่อนแอย่ำแย่อยู่เหมือนเดิม แล้วอยู่ ๆ ก็มีโทรศัพท์มาหาเกียงจากผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเกียงไม่เคยรู้จัก เธอบอกว่าได้เบอร์เกียงมาจากใครสักคนแต่ที่สำคัญเธอบอกว่าเธอเป็นคริสเตียนที่เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงต้องนั่งรถเข็นเหมือนกัน เธออยากโทร. มาให้กำลังใจ  ก่อนวางสายจากกันเธออ่านกลอนที่แต่งจากชีวิตของตัวเองให้เกียงฟัง (ทั้งที่เธอไม่เคยได้เรียนหนังสือ อาศัยถามคำอ่านจากคนรอบตัวจึงทำให้อ่านหนังสือออก) กลอนมีดังนี้ค่ะ...
    
    “ชีวิตฉันเหมือนอยู่ในโลกกว้าง
มันอ้างว้างเหมือนหมอกที่ทึบหนา
กางแขนออกหวังเพียงจะพบพาน
ผู้เมตตาช่วยด้วยอยากพ้นภัย

    
  มีแววตาอ่อนโยนคอยมองฉัน
อุ่นไอนั้นวิญญาณฉันรู้เห็น
ช่วยประคองเพราะเดินแสนยากเย็น   
พระผู้เป็นอยู่ใกล้ใจไม่กลัว    
 
   เมื่อน้ำตาไหลรินยิ้มไม่ออก      
พระเจ้าตอบลูกเอ๋ยพ่อแลเห็น
แม้เจ้าทุกข์สุดแสนจะลำเค็ญ       
พ่อจะเป็นผู้ช่วยคอยคุ้มภัย”

    ปรากฎว่า เกียงฟังบทกลอนนี้ไปพลางน้ำตาก็ไหลไป จนแม้วางสายโทรศัพท์นั้นแล้วก็ยังคงรู้สึกซาบซึ้ง เหมือนเราส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปเมื่อคืนแล้วพระเจ้าก็ตอบกลับมาให้เกียงได้รับรู้ว่าพระองค์มีอยู่จริง และเฝ้ามองเกียงอยู่ด้วยความรัก ตั้งแต่นั้นมาเกียงรู้สึกได้ถึงพลังที่ไหลเข้ามาในชีวิต จากความท้อแท้ หมดหวัง เปลี่ยนเป็นเข้มแข็งขึ้นทันทีเมื่อเกียงเปิดใจยอมรับและคืนดีกับพระองค์

 หลังจากที่เกียงได้พบรักและเชื่อถึงพระเจ้าแล้ว ตอนนั้นจำได้ว่ามีคนชวนไปหลายที่เลยของคริสเตียนนิกายต่าง ๆ ที่มาชวนและเสนอว่าจะมารับ-ส่งถึงบ้าน แต่พระก็นำเกียงผ่านทางพี่สาวอีกคน (เกียงมีพี่สาว2คนค่ะ) ที่จะแต่งงานเช่นกันกับพี่เขยที่เป็นคริสตังค์นอน เขาจึงชวนเกียงไปเรียนคำสอนเป็นเพื่อนที่วัดนักบุญยอแซฟ ตรอกจันทน์ ซึ่งเป็นวัดที่สะดวกอยู่ใกล้ สามารถเดินจากบ้านไปได้

2.เรียนคำสอนกับใคร เวลาเรียนคำสอนรู้สึกอย่างไร คำสอนเรื่องอะไรที่รู้สึกดี อะไรที่เข้าใจยาก

    เกียงและพี่สาวไปเรียนคำสอนกับคุณพ่อชุมพา ค่ะ เรียนอยู่ประมาณ 1 ปี คุณพ่อก็บอกว่าให้ล้างบาปได้แล้ว เวลานั้นตอนที่เรียนจำได้ว่าไม่ค่อยรู้สึกอะไรเท่าไหร่ค่ะ สิ่งที่ทำให้รู้สึกดีก็อาจจะแค่ว่าคุณพ่อสอนประมาณว่า ให้เจริญชีวิตอย่างสงบอย่าไปวุ่นวายกับนิกายต่าง ๆ ที่บอกว่าโลกจะแตกหรือแม่พระร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือดอะไรอย่างนั้น คำสอนที่รู้สึกไม่ค่อยเข้าใจในตอนนั้นน่าจะเรื่องพวกฤทธิ์กุศลหรือเรื่องพวกนอกรีต อาจเพราะเกียงมาจากครอบครัวแวดล้อมเป็นคนพุทธ เลยรู้สึกเรื่องพวกนี้ไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่อย่างไรก็ตามเกียงก็ได้เข้ารับศีลล้างบาปที่วัดนักบุญยอแซฟ ตรอกจันทน์ในวันที่ 25 ธันวาคม ค.ศ.2000

    หลังจากนั้นเกียงก็ต้องไปวัดเองทุกสัปดาห์เพราะพี่สาวเขาพอแต่งงานก็แยกตัวออกไปพักอยู่ที่อื่น จำได้ว่าสมัยแรก ๆ เกียงยังไม่มีรถเข็นไฟฟ้าต้องให้แม่บ้านไปส่งทิ้งไว้ที่วัดพอเสร็จมิสซาก็มาเข็นกลับ สิ่งที่ช่วยหล่อเลี้ยงเกียงให้เติบโตในความรักของพระเจ้าคือความสุขจากพิธีมิสซา ทั้งเพลงและที่สำคัญคือพระวาจาของพระค่ะ เคยนั่งน้ำตาซึมในวัดฟังบทเทศน์แล้วรู้สึกว่าพระเจ้ากำลังตรัสผ่านทางคุณพ่อก็บ่อย ๆ


****คุณตะเกียง ปัจจุบันเป็นสมาชิกพลมารี เป็นอาสาสมัครช่วยงานในหลายองค์กร ***


คู่มืออบรมปี 2018-2019

เอกสาร 350 ปีมิสซังสยาม

 350 ปีแห่งการสถาปนา มิสซังสยาม (ค.ศ.1669-2019)

ดาวน์โหลดกฤษฎีกาฯ2015

ดาวน์โหลดกฤษฎีกาสมัชชาใหญ่ ของพระศาสนจักรคาทอลิก ในประเทศไทย คริสตศักราช 2015

150 ปี เปาลีน จารีโค

150 ปี มารีย์ เปาลีน จารีโค

ยุวธรรมทูต BKK

ยุวธรรมทูต BKK

LINKS

http://www.catholicmission.org.au/http://www.missionsocieties.ca/www.pms-phil.orgwww.missio.org.mthttp://www.obrasmisionalespontificias.es/คณะธรรมทูตไทย

page ยุวธรรมทูตกรุงเทพฯ

page ยุวธรรมทูตสังฆมณฑลอุดรธานี

page แผนกงานธรรมทูตฯจันทบุรี

page ธรรมทูตอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง

page ยุวธรรมทูตสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี

page ธรรมทูตนิรมล จันทบุรี